วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

เสียง..ในห้องปิดตาย


...จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด มันเกิดขึ้นตอนที่ฉันอายุ 10 ขวบ กับความไร้เดียนสาตามประสาเด็ก และเป็นเหตุการณ์ที่ฉันยังจำได้จนทุกวันนี้

... ฉันไม่มีวันลืมห้องนํ้าหญิงที่โรงเรียนเก่าแห่งนั้นได้ ห้องที่ถูกปิดตายไม่ให้ใครเข้า ไม่ให้ใครออก แต่ทุกครั้งที่เดินผ่าน ฉันจะได้ยินเสียง...ใช่แล้ว เป็นเสียงสะอื้นของผู้หญิง บางครั้งก็ได้ยินเสียงเล็บกรีดผนังซํ้าแล้วซํ้าเล่า อาจจะเป็นเรื่องน่ากลัวของเพื่อนๆ แต่สำหรับฉันแล้วมันเป็นสิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของเด็กน้อยอย่างฉันได้เป็นอย่างดี ว่าทำไมในห้องนั้นถึงมีเสียงของคนได้

...และทุกครั้งที่ตะวันลับขอบฟ้า ความมืดได้คืบคลานเข้ามา ความน่ากลัวดูเหมือนจะแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งโรงเรียน อย่าว่าแต่จะเดินผ่านห้องนํ้านั่นเลย เพียงแค่ฟ้ามืดโรงเรียนนี้ก็ไม่ต่างจากโรงเรียนร้างทั้งครู ภารโรง และลุงยาม ต่างคนต่างรีบร้อนที่จะออกจากโรงเรียน

...แต่ไม่ใช่สำหรับฉันและพ้องเพื่อนอีก 5 คน ที่คํ่าคืนนี้จะต้องรู้ให้ได้ว่าใคร หรืออะไรอยู่ในห้องนํ้าปิดตายนั่น และเพราะความน่ากลัวของมัน จึงไม่มีใครอยู่กันเลย นั่นจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กๆอย่างพวกฉันที่จะแอบเข้าโรงเรียนในยามวิกลานี้

...โถงทางเดินที่ฉันเดินอยู่ทุกวัน แม้จะหลับตาเดินฉันก็มั่นใจว่าทำได้สบาย แต่ไม่ใช่ในคํ่าคืนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด เหมือนฉันกำลังเดินอยู่บนโลกอีกใบ...โลกของคนตาย 

...ถึงแม้ฉันจะกลัวมาก แต่ความอยากรู้มันเยอะกว่า และที่สำคัญฉันไม่ได้มาคนเดียวนิ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก และแล้วพวกเราก็เดินมาถึงห้องนํ้าที่ใครๆต่างก็เล่ารือ..ห้องนํ้าปิดตาย ดูจากภายนอกก็ดูเป็นแค่ห้องนํ้าไม้ธรรมดาแต่ทำไมใครๆต่างก็กลัวกันจัง แต่ข้างในนั่นละ มันต้องมีอะไรพิเศษกว่านั้นแน่ๆพวกเราต้องเข้าไปดูให้ได้

...เป็นความโชคดีของพวกฉันอีกแล้วนะ ที่ประตูไม้ห้องนี้มันเริ่มผุพังไปตามกาลเวลา แผ่นไม้บางๆที่ดูเหมือนไม่เคยมีใครแตะต้องมาเป็น 10 ปี เพียงแค่พวกเราช่วยกันกระแทก ช่วยกันเตะ ช่วยกันพังประตูตามประสาเด็กที่ทำได้เพื่อเปิดประตูบานนั้น ไม่นานนัก พวกเราก็พังประตูเข้าไปได้ด้วยแรงชนของฉันและเพื่อนอีก 2 คนพร้อมกัน

...และก็แน่นอน ฉันเป็นคนแรกที่เข้ามาในห้อง ทันทีที่เดินเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆ กลิ่น..คือสิ่งแรกที่ฉันรับรู้ได้เป็นอย่างแรกเมื่อได้เข้ามา กลิ่นเห็นอับของห้องที่ถูกปิดตายมานานแสนนาน สายตาก็เริ่มชินกับความมืด พอให้ฉันได้เห็นสภาพห้องนํ้าแห่งนี้เท่าที่แสงจะอำนวย มันก็ดูเหมือนห้องนํ้าหญิงธรรมดาทั่วไป ถ้าสายตาไม่ไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งซะก่อน นั่นคือ ห่วงเชือก...ที่แขวนอยู่บนเพดาน ทำไมมีเชือกอยู่ที่นี่ได้ละ และเจ้าเก้าอี้อีกตัวนึงที่ล้มอยู่ใกล้ๆกัน ขณะที่ฉันยังสงสัยกับสิ่งที่เห็น ฉันก็เห็นเงาดำๆของผู้หญิงนั่งอยู่ที่มุมห้อง และได้ยินเสียงอีกแล้ว เสียงสะอื้นของผู้หญิงที่ฉันได้ยินแบบเดียวกับตอนที่เดินผ่านห้องนํ้าเลย และต้นเสียงมันก็อยู่ก็อยู่ที่เงานั่น 

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเค้าถึงมาร้องไห้อยู่ในห้องนี้ได้ทั้งๆที่ห้องมันก็ถูกปิดตาย หรือว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ฉันเห็นนั้นไม่ใช่คน ทันใดนั้นเสียงสะอื้นได้หยุดลง เงาดำตรงมุมห้องก็หายไปแล้ว ณ เวลานั้นทุกอย่างดูเหมือนจะถูกหยุดเวลาไว้ ไม่มีใครกล้าขยับไม่มีใครกล้าส่งเสียง ได้แต่รอ แต่ไม่รู้ว่ารออะไร และนั่น...เสียงแกร๊กๆ แกร๊กๆ ตรงห้องนํ้าในสุดเหมือนมีใครกำลังใช้เล็บกรีดผนัง ไม่ดังนะ แต่ไม่รู้ทำไมมีความรู้สึกว่าเสียงแกร๊กๆ มันกำลังใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา สิ่งแรกที่ฉันรู้ได้โดยสัญชาตญาณคือ ต้องหนีแล้ว ต้องหนีให้เร็วที่สุด แต่ทำไม่ได้ ร่างกายมันไม่ยอมขยับ ได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองที่ต้นเสียงนั่นด้วยความกลัวสุดขีด ทั้งๆที่มองไม่เห็นอะไรนอกจากความืดมิดของห้องนํ้าปิดตายนี่ ฉันพยายามก้มหน้า ก้าวถอยหลังทีละก้าวทีละก้าวออกมา กลัวจนหูอื้อตาลายไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น ฉันถอยจนถึงขอบประตู

...มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่เพื่อนๆมันเดินแทรกเข้ามา แต่ไม่มีเสียงใดๆแล้ว นอกจากฉันไม่มีใครได้ยินเสียงเหมือนที่ฉันได้ยิน ไม่มีใครเห็นเหมือนที่ฉันเห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นเหมือนกันคือ ห่วงเชือกที่อยู่บนเพดานนั้น มันกำลังแกว่งอยู่...ทั้งที่ห้องนั้นไม่มีลม 

เครดิต Banky

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น